วันอังคารที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

ป๋าจวก ซัวเรซ ความอัปยศหงส์ไม่จับมือ เอฟรา


  เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน บรมกุนซือ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไม่พอใจการกระทำของ หลุยส์ ซัวเรซ ที่ปฏิเสธจับมือ ปาทริซ เอฟรา ลูกทีมของตน ก่อนเริ่มเกมพรีเมียร์ชิป อังกฤษ นัดแดงเดือด เมื่อคืนวันเสาร์ที่ 11 ก.พ. 2555 ซึ่งจบลงที่ "ผีแดง" เฉือนชนะ 2-1 โดยระบุกองหน้าอุรุกวัยคือความอัปยศของ ลิเวอร์พูล
       
       ชัยชนะของ แมนฯ ยูไนเต็ด ได้จากการทำสองประตูของ เวย์น รูนีย์ กองหน้าทีมชาติอังกฤษ แต่ประเด็นที่มีการวิพากษ์วิจารณ์อย่างมากคือก่อนเริ่มเกมที่ ซัวเรซ ไม่ยอมจับมือกับ เอฟรา คู่กรณีที่มีปัญหากันในเกมนัดแดงเดือดเมื่อเดือตุลาคมปีที่แล้ว ซัวเรซ โดนลงโทษแบนยาว 8 นัดจากสมาคมฟุตบอลอังกฤษ (เอฟเอ) จากการพูดเหยียดสีผิว เอฟรา
       
       หลังจบเกม เฟอร์กูสัน ตำหนิการกระทำที่ไม่มีน้ำใจนักกีฬาของ ซัวเรซ โดยเชื่อว่าประวัติศาสตร์และประเพณีที่ดีงามของ ลิเวอร์พูล จะมาเสียด้วยน้ำมือของกองหน้าทีมชาติอุรุกวัย
       
       "ผมไม่อยากเชื่อเลยว่าเขาทำแบบนั้น" กุนซือชาวสกอตกล่าว "เมื่อตอนเช้า ผมพูดกับ ปาทริซ และเขาบอกกับผมว่าเขาจะจับมือกับ หลุยส์ ซัวเรซ เขาบอกว่าเขาไม่มีอะไรต้องอาย แต่ ซัวเรซ เป็นความอัปยศของ ลิเวอร์พูล เขาไม่สมควรเล่นให้ ลิเวอร์พูล อีกต่อไป ประวัติศาสตร์ของสโมสรจะถูกเขาทำลาย สิ่งที่เขาทำมันเลวร้ายมาก"
       
       ขณะที่ เคนนี ดัลกลิช ผู้จัดการทีม ลิเวอร์พูล กล่าวว่าตนเองไม่เห็นเหตุการณ์ที่ ซัวเรซ ปฏิเสธจับมือ เอฟรา "ผมไม่รู้ว่าเขาไม่ได้จับมือ ผมจะจำคำของคุณไว้ เพราะมันขัดแย้งกับสิ่งที่ผมได้รับฟังมา มันง่ายที่จะกล่าวโทษ หลุยส์ ซัวเรซ สำหรับทุกสิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้ มีการจดชื่อกี่ครั้งกันในเกมนี้ แฟนบอลทั้งสองทีมก็กระเซ้าเย้าแหย่กันไม่มีปัญหาอะไร"
       
       แต่ ดัลกลิช ยอมรับว่า ลิเวอร์พูล แพ้ให้แก่ทีมที่ดีกว่า "แมนฯ ยูไนเต็ด เป็นทีมที่ดีกว่า แต่เป็นสิ่งที่คุณคาดหวังอยู่แล้วเมื่อพวกเขาเล่นในบ้าน เราทำให้ตัวเองเจอความยากลำบากเหมือนเข็นครกขึ้นภูเขา"
 

วันศุกร์ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

ผีเหล่ ซูโบติช ยืนหลังคู่ วีดิช


 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทีมยักษ์แห่งศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เตรียมทุ่มเงิน 15 ล้านยูโร (ประมาณ 645 ล้านบาท) กระชากตัว เนเวน ซูโบติช กองหลังเลือดเซิร์บของ "เสือเหลือง" โบรุสเซีย ดอร์ตมุนด์ มาจับคู่ยืนคุมแนวรับร่วมกับ เนมานยา วีดิช ฤดูกาลหน้า
       
       กองหลังวัย 23 ปี ถือเป็นหัวใจในแนวรับของ "เสือเหลือง" ที่มี เจอร์เกน คลอปส์ คุมทัพ และกำลังมีลุ้นแชมป์บุนเดสลีกา ในขณะนี้ ซึ่ง เดลี เมล์ (Daily Mail) สื่อจอมซอกแซกเมืองผู้ดี ตีข่าวว่าแข้งชาวเซิร์บ กำลังตกเป็นเป้าหมายของเซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน นายใหญ่ "ผีแดง" และพร้อมจะยื่นข้อเสนอ 15 ล้านยูโร (ประมาณ 645 ล้านบาท) ให้ดอร์ตมุนด์ พิจารณาช่วงเปิดตลาดซื้อขาย ซัมเมอร์นี้
       
       รายงานข่าว อ้างว่า "เฟอร์กี" ให้ความสนใจซูโบติช เป็นพิเศษ หลังได้ฟัง เนมานยา วีดิช แนวรับจอมแกร่งของทีมที่ต้องปิดเทอมทั้งฤดูกาลเพราะมีปัญหาบาดเจ็บ บรรยายสรรพคุณของเพื่อนร่วมทีมชาติเซอร์เบียอย่างหมดเปลือก ซึ่งนายใหญ่แห่งโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ก็หมายมั่นปั้นมือที่จะดึงซูโบติช มายืนค้ำแนวรับคู่กับ วีดิช ฤดูกาลหน้า
       
       อย่างไรก็ตาม หากซูโบติช สลัดยูนิฟอร์มเหลืองดำ มาสวมเสื้อสีแดงเพลิงที่อังกฤษ อาจต้องเจอกับงานหนักไม่น้อยในการแย่งตำแหน่งกองหลังตัวจริง "ผีแดง" เพราะมี ริโอ เฟอร์ดินานด์,คริส สมอลลิง และ ฟิล โจนส์ ยืนขวางลำอยู่
 

ดีเอชแอล ผนึกกำลังผีโชว์ถ้วยพรีเมียร์ฯ


 ดีเอชแอล เอ็กซ์เพรส ผู้นำธุรกิจขนส่งด่วนระหว่างประเทศระดับโลกเตรียมมอบประสบการณ์ครั้งประวัติศาสตร์ให้กับลูกค้าดีเอชแอลและสาวกผีแดงในประเทศไทยกับกิจกรรม เอ๊กซ์คลูซีฟ มีทแอนด์กรีท ในงาน "DHL CHAMP19NS Trophy Tour” วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2555 ณ โรงแรมแกรนด์ไฮแอท เอราวัณ กรุงเทพฯ
       
       ทีมสโมสรฟุตบอลแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เจ้าของสมญานาม "ปีศาจแดง" ได้สร้างความยิ่งใหญ่ด้วยการครองแชมป์พรีเมียร์ลีกสูงสุด ซึ่งนับว่าเป็นครั้งประวัติศาสตร์ ที่สามารถครองถ้วยฟุตบอลที่มีตำนานเล่าขานมายาวนานของถ้วย "พรีเมียร์ลีก อังกฤษ" ถึง 19 สมัย ซึ่งถือว่าเป็นถ้วยแชมป์ลีกที่แฟนฟุตบอลชาวไทยให้ความสนใจมากเป็นอันดับ 1 และยังเป็นลีกที่แฟนฟุตบอลทั่วโลกติดตามมากที่สุด
       
       ในฐานะพันธมิตรด้านการขนส่งอย่างเป็นทางการ ดีเอชแอลรับบทบาทเบื้องหลังสำคัญในการส่งความสำเร็จของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดให้สาวกผีแดงได้ฉลองร่วมกัน ถ้วยแชมป์พรีเมียร์ ลีกสมัยที่ 19 จะบินลัดฟ้ามายังประเทศไทยให้ลูกค้าและสาวกผีแดงได้ชมและถ่ายรูปกันอย่างใกล้ชิด พร้อมกระทบไหล่ 2 สุดยอดตำนานลูกหนังแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อย่าง ไบรอัน ร็อบสัน อดีตนักเตะผู้ยิ่งใหญ่ขวัญใจสาวกผีแดงตลอดกาล และพอล ปาร์คเกอร์ อดีตแบ็คขวาทีมชาติอังกฤษ
       
       โดยดาวเตะทั้ง 2 คน จะมาฟาดแข้งใน “แมตช์ตำนาน” ระหว่างนักเตะตำนาน "ปีศาจแดง" แมนฯยูไนเต็ด กับ สุดยอดตำนานประเทศไทย ที่ได้รับเกียรติพิเศษจากบุคคลชื่อดังที่นับว่าเป็นหนึ่งในตำนานของประเทศไทย และยังเป็นแฟนพันธุ์แท้ของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ซึ่งต้องติดตามในวันงานว่าสุดยอดตำนานไทยคือใคร ที่จะมาร่วมสร้างสีสันและดวลแมตช์ในตำนาน พร้อมเล่าความประทับใจกับผลงานของ ทีม"ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันและร่วมสนุกกับผู้มาร่วมงานอย่างเป็นกันเอง
       
       พร้อมกันนี้ ดีเอชแอล ยังมีการจัดกิจกรรม เอกซ์คลูซีฟ มีท แอนด์ กรี๊ด ที่จัดโดยดีเอชแอลผู้นำธุรกิจขนส่งด่วนระหว่างประเทศระดับโลก และพันธมิตรระดับโลกของสโมสรทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในวันศุกร์ที่ 10 กุมภาพันธ์นี้ ณ โรงแรมแกรนด์ไฮแอท เอราวัณ กรุงเทพ ตั้งแต่เวลา18.00-21.00น.เพื่อเป็นการขอบคุณลูกค้าและแฟนคลับอย่างเอ็กซ์คลูซีฟตัวจริงอีกด้วย

ทาบไม่จริง สไนเดอร์ เสียดายชวดซบผี


 "ผีแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สนใจปัดฝุ่นนำแผนคว้า เวสลีย์ สไนเดอร์ มาทบทวนอีกหรือไม่ เมื่อเพลย์เมคเกอร์ชาวดัตช์อ่อยทำนอง หากยอดทีมแห่งพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ทาบทามจริงจังอาจได้ร่วมงานกันไปแล้ว
      เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน กุนซือจอมเก๋าชาวสกอตติชเป็นข่าวมาตลอดว่าอยากได้ตัว เวสลีย์ สไนเดอร์ มาปั้นเกมในถิ่นโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด แต่เมื่อเส้นตายซื้อ-ขายนักเตะผ่านไปทั้งช่วงหน้าร้อน-หน้าหนาว กองกลางตัวเก่งทีมชาติฮอลแลนด์ ยังคงสวมยูนิฟอร์ม "งูใหญ่" อินเตอร์ มิลาน แห่งกัลโช เซเรีย อา อิตาลี อยู่ถึงทุกวันนี้
      
        โดย สไนเดอร์ กล่าวกับสื่อแดนมะกะโรนี หลังพอทราบว่าอนาคตในถิ่นจูเซ็ปเป เมียซซา ชักไม่แน่นอน เหตุตกเป็นสำรองบ่อยครั้งในช่วงหลัง "ไม่เคยมีข้อเสนอจริงๆ จังๆ มาจากแมนฯ ยูไนเต็ด ผมรับทราบทุกอย่าง ผมไม่ได้อยู่ในจุดที่ไม่รับรู้อะไรเลยเสียหน่อย เพียงแต่ยังไม่มีข้อเสนอแบบจริงๆ จังๆ เข้ามาเลย"
      
        "ถ้าวันสุดท้ายของการซื้อ-ขายนักเตะมีข้อเสนอเข้ามาจริง บางทีผมอาจได้ย้ายทีมไปแล้ว แต่ทั้งนี้ในความเป็นจริงคือ ผมยังรู้สึกว่า อินเตอร์ มิลาน เป็นบ้านของผม อย่างไรก็ดี ยังไม่รู้ว่าฤดูกาลหน้าผมจะเล่นให้สโมสรแห่งใด" ดาวเตะวัย 27 ปี ทิ้งท้าย
      
        ซึ่งถ้า แมนฯ ยูไนเต็ด คิดหวนทาบ สไนเดอร์ คงต้องเปิดคลังสู้กับ เซนิต เซนต์ ปีเตอร์สเบิร์ก สโมสรมหาเศรษฐีในลีกรัสเซีย ที่ล่าสุด ลูเชียโน สปัลเล็ตติ กุนซือชาวอิตาลียอมรับแล้วว่าแอบจ้องสตาร์ดัตช์ รวมถึง เมาโร ซาราเต หัวหอกอาร์เจนไตน์ "งูใหญ่" มาเสริมแกร่งก่อนตลาดแดนหมีขาวปิดตัววันที่ 24 กุมภาพันธ์นี้
      
        สปัลเล็ตติ ให้สัมภาษณ์ว่า "ในส่วนของ ซาราเต ผมยืนยันว่าเขาอยู่ในความสนใจของเรา เพียงแต่นักเตะไม่คิดมาเล่นฟุตบอลในรัสเซีย ขณะที่ สไนเดอร์ เป็นที่ต้องการของบรรดายอดทีม ทว่าเขายังอยู่ภายใต้สัญญากับ อินเตอร์ มิลาน ซึ่งดูเหมือนต้นสังกัดยังไม่อยากขายผู้เล่นรายนี้ออกไป และเมื่อพูดถึงนักเตะระดับ สไนเดอร์ เชื่อเถอะว่ามันไม่ใช่เรื่องง่ายอยู่แล้ว แต่เรากำลังทำงานในตลาดซื้อ-ขายกันต่อไป"

วันอาทิตย์ที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2555

ผีเลือก โมดริช ค่าเหนื่อยพอรับไหว


แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ต้องการ ลูกา โมดริช มิดฟิลด์เชิงสูง ท็อตแนม ฮอตสเปอร์ ในช่วงซัมเมอร์เป็นที่แน่นอนแล้ว แม้จะต้องยอมควักเงินถึง 50 ล้านปอนด์(ประมาณ 2.5 พันล้านบาท) ก็ตาม
       
       หลังจากที่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดมีปัญหาผู้เล่นแดนกลางเป็นอย่างมากไม่ว่าจะเป็น ทอม เคลเวอลีย์ และ ดาร์เรน เฟลทเชอร์ ที่ต่างพากันเจ็บระนาว ทำให้ พอล สโคลส์ ทนไม่ไหวต้องกลับมาช่วยทีมอีกคำรบหนึ่ง หลังจากประกาศแขวนสตั๊ดไปเมื่อฤดูกาลที่แล้ว โดยเล่นไปแล้วสองสัปดาห์ด้วยกัน และเล่นจนจบฤดุกาลนี้ ทำให้ "ผีแดง" ต้องหา ผู้เล่นที่จะมาช่วยทีมในแดนกลางให้จงได้
       
       ทั้งนี้ ยังมีข่าวสนใจ เวสลีย์ สไนเดอร์ ยอดเพลย์เมกเกอร์ชาวฮอลแลนด์มาร่วมทีมเช่นเดียวกัน แต่คงสู้ ค่าตัวและค่าเหนื่อยที่ทีมต้องแบกภาระหลายเท่าตัวไม่ได้ เนื่องจากมีเวย์น รูนีย์ที่มีค่าเหนื่อยที่สูงถึง 250,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์(ประมาณ 12.5 ล้านบาท) อีกด้วย ทำให้ มิดฟิลด์ชาวโครแอต เป็นทางเลือกที่ "ปิศาจแดง" จะยอมควักเงินค่าตัวสูงลิบลิ่ว รวมถึงค่าเหนื่อยที่มากกว่าปัจจุบันคือ 60,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์ (ประมาณ 1.1 ล้านบาท) เพิ่มเป็นอีกเท่าหนึ่ง
       
       อย่างไรก็ตาม เพลย์เมกเกอร์ "ไก่เดือยทอง" เหลือสัญญากับทีมจนถึงปี 2016 อีกทั้งทางสโมสรเคยปฏิเสธเชลซี เมื่อซัมเมอร์ปีที่แล้วในการขอซื้อตัวเขา ทั้งๆที่ เอาเงินล่อใจถึง 40 ล้านปอนด์(ประมาณ 2 พันล้านบาท)ก็ตาม

วันพุธที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2555

รูน เผยแข้งผีช็อกเห็น สโคลส์ ในห้องแต่งตัว


เวย์น รูนีย์ ดาวยิงทีมชาติอังกฤษ เผยเพื่อนทุกคนภายในทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ตกใจกับการคืนสนามของ พอล สโคลส์ เพราะไม่มีใครรู้เรื่องนี้ก่อนเข้าห้องแต่งตัวลงเล่นเกม เอฟเอ คัพ รอบ 3 บุกชนะ แมนเชสเตอร์ ซิตี 3-2 เมื่อวันอาทิตย์ที่ 8 มกราคมที่ผ่านมา
       
        สื่อทุกสำนักต่างประหลาดใจเมื่อได้เห็น สโคลส์ มีรายชื่อเป็นตัวสำรองเกม แมนฯยู บุกรัง อิติฮัด สเตเดียม ของ "แชมป์เก่า" แมนฯซิตี เพื่อทำศึก เอฟเอ คัพ รอบ 3 โดยได้รับมอบหมายเสื้อเบอร์ 22 ทั้งที่ประกาศแขวนสตั๊ดเมื่อช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา
       
        สโคลส์ ได้ลงมาเคาะสนิมช่วง 35 นาทีสุดท้ายเกมยัดเยียดความปราชัยนัดแรกในฤดูกาลนี้รวมทุกรายการให้ แมนฯซิตี ทางด้าน รูนีย์ หัวหอก แมนฯยู ออกมากล่าวว่า "ผมช็อกเลยนะ เพราะว่าเราไม่รู้จนกระทั่งอยู่ในห้องแต่งตัว ถือเป็นเรื่องที่เยี่ยมมากโดยเฉพาะการยกระดับจิตใจให้ใครหลายคน ทุกคนรู้ดีว่า สโคลส์ เจ๋งแค่ไหนและเขาก็แสดงศักยภาพให้เห็นแล้ว"
       
        หลังแขวนสตั๊ด สโคลส์ สวมบทเป็นโค้ชทีมสำรองและยังซ้อมเหมือนเป็นนักเตะทุกประการ อย่างไรก็ตามแข้งวัย 37 ปีจ่ายบอลผิดพลาดจนทำให้ แมนฯยูไนเต็ด เสียประตูที่ 2 จากการยิงของ เซร์คิโอ อกูเอโร จนต้องรับความกดดันจาก แมนฯซิตี ช่วงท้ายเกม

วันอังคารที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2554

ป๋า แฮปปี้ผีฟอร์มหรูทั้งที่ตัวเจ็บเพียบ


 เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน บรมกุนซือ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เผยด้วยความพอใจกับผลงานอันสุดยอดของลูกทีมที่ถล่มเอาชนะ วีแกน ซึ่งเหลือผู้เล่น 10 คน แบบสบายเท้า 5-0 ในศึกฟุตบอลพรีเมียร์ชิป อังกฤษ นัดบ็อกซิ่ง เดย์ เมื่อคืนวันจันทร์ที่ 26 ธ.ค.ที่ผ่านมา แม้ว่า "ผีแดง" เจอปัญหาบาดเจ็บของตัวผู้เล่นหลายคนก็ตาม
       
       ดิมิทาร์ เบอร์บาตอฟ ซัดแฮตทริก บวกกับประตูอีกคนละลูกจาก ปาร์ก จี ซอง และ อันโตนิโอ วาเลนเซีย ทำให้ แมนฯ ยูไนเต็ด เก็บคะแนนเพิ่มเป็น 45 แต้มเท่ากับจ่าฝูง "เรือใบสีฟ้า" แมนเชสเตอร์ ซิตี คู่อริร่วมเมือง ที่พลาดท่าเสมอกับ เวสต์บรอมวิช อัลเบียน 0-0
       
       หลังจบเกม เฟอร์กูสัน แสดงความพอใจกับฟอร์มของลูกทีม โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับการที่ทีมกำลังเจอปัญหาผู้เล่นบาดเจ็บหลายคน กระทั่งเกมนี้ต้องขยับ ไมเคิล คาร์ริก ยืนเซนเตอร์ฮาล์ฟร่วมกับ จอนนี อีแวนส์ และกองหลังชาวไอริชก็มีปัญหาเจ็บน่องอีกจนถูกเปลี่ยนตัวออกในครึ่งเวลาหลัง
       
       กุนซือชาวสกอตกล่าวว่า "ผมพอใจกับผลการแข่งขันเมื่อพิจารณาจากปัญหาบาดเจ็บที่เรามี เราขาดผู้เล่นไป 10 คนในวันนี้และ จอนนี อีแวนส์ ก็ต้องถูกเปลี่ยนตัวออกมาในครึ่งหลัง ถ้าหากเกมมันสูสีกว่านี้ เราคงรู้สึกกังวล เพราะกองหลังสี่ตัวไม่เคยเล่นด้วยกันมาก่อนเลย ดังนั้นเราพอใจมากกับผลการแข่งขันที่ออกมาแบบนี้"
       
       แมนฯ ยูไนเต็ด ได้เปรียบตัวผู้เล่นตั้งแต่นาที 39 ของเกม หลังจาก คอเนอร์ แซมมอน กองหน้า วีแกน ถูกใบแดงจากการเหวี่ยงแขนใส่ คาร์ริก แม้จากภาพรีเพลย์อาจเกิดการถกเถียงได้ว่าเป็นเพียงแค่ใบเหลืองก็น่าจะเพียงพอ ซึ่ง เฟอร์กูสัน ยอมรับว่ากรรมการตัดสินรุนแรงเกินไป
       
       ขณะเดียวกันโดยปกติแล้ว แมนฯ ยูไนเต็ด เครื่องร้อนช้ามักทำผลงานดีในช่วงครึ่งหลังของฤดูกาล ดังนั้นการทำคะแนนเท่ากับ แมนฯ ซิตี ก่อนเริ่มปีใหม่ก็เป็นอีกสิ่งที่สร้างความพอใจแก่กุนซือวัย 71 ปี "อย่างที่ผมเคยพูด ฤดูกาลของเราเริ่มตอนปีใหม่ ถ้าหากคะแนนของเราเท่ากับ แมนฯ ซิตี ผมก็พอใจเรื่องนั้น"